เพจดังแฉค่ารักษาโควิดสหรัฐพุ่ง 2.3 ล้านบาท - นิวรีพอร์ด สื่ออิสระทางความคิด

Latest

Follow Us

14/4/63

เพจดังแฉค่ารักษาโควิดสหรัฐพุ่ง 2.3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายแพทย์ วิทวัส ศิริประชัย เจ้าของนามแฝง”จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” ได้โพสต์เผยค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านเพจ จากเพจ “Drama-addict”  ซึ่งมีราคาสูงถึงประมาณ 40,000-70,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,300,000-2,300,000 บาท แต่ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ช่วยเหลือและลดค่าใช้จ่ายให้บางส่วน เหลือประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1 ล้านบาท


ซึ่งได้ระบุว่า ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ covid-19 ที่อเมริกา ลองเดากันเล่นๆว่า ถ้าเกิดคุณเป็นคนอเมริกา และป่วยติดโควิดขึ้นมา ต้องแอดมิทใน รพ จะมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ เฉลย เฉลี่ยประมาณสี่หมื่นถึงเจ็ดหมื่นเหรียญ หรือประมาณ หนึ่งล้านสามแสนบาท ถึงสองล้านสามแสนบาท หายป่วยแล้วก็หมดตัวกันไปข้างกันเลยทีเดียว ดีที่มีกฏหมายช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ จึงมีเงินช่วยเหลือและลดค่าใช้จ่ายให้บางส่วน เหลือประมาณ สามหมื่นเหรียญ หรือล้านนึง ก็เยอะอยู่ดีนะ


ส่วนบ้านเรา บัตรทองดูแลค่าใช้จ่ายให้หมด แม้แต่ รพ เอกชนทุกแห่งในไทยตอนนี้ ก็เข้าร่วม UCEP covid-19 คือเจ้าร่วมบริการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติโควิดหมดแล้ว โดยจะเบิกค่าบริการตามราคากลางที่ รพ กำหนด ( แต่นอกนั้นอาจต้องจ่ายเองนะ เช่นค่าห้องพิเศษ ค่าบริการพิเศษจาก รพ เอกชนไรงี้) สรุปคือ ถ้าคุณติดเชื้อโควิดในไทย และคุณเป็นคนไทย มั่นใจได้อย่างว่า คุณจะไม่ตายเพราะไม่มีเงินรักษาแน่ ( แต่ถ้าติดเชื้อรุนแรงมากจนยื้อไม่ไหวนี่ก็อีกเรื่องนะ)

ดังนั้นในตอนนี้ จึงเป็นการสะท้อน vision แรกเริ่มของระบบบัตรทอง หรือประกันสุขภาพถ้วนหน้า ว่าระบบนี้มันไม่ใช่ภาระที่รัฐแบกรับ ในทางตรงกันข้าม มันคือการลงทุน ในการสร้างสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆนานาให้สุขภาพคนไทยแข็งแรง จะได้มีแรงไปทำมาหากินสร้างรายได้ต่อไป ยังไงมีชีวิตต่อไปก็ดีสุด


ถ้าเกิดต้องตายเพราะไม่มีเงินรักษาโรค มันก็จบสิ้นอยู่แค่นั้น ดังนั้นจากเหตการณ์ระบาดของโควิดทั่วโลก และเราได้เห็นปัญหาของประเทศต่างๆที่ใช้ระบบประกันสุขภาพแตกต่างกันไปจากเรา ตอนนี้เราน่าจะพอพูดได้เต็มปากเต็มคำ ว่าเรามาถูกทางมาก แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่ต้องพัฒนาอีกพอสมควร เช่น เรื่องของ การผลิตยา ผลิตอุปกรณ์ป้องกัน ที่เรายังต้องพึ่งพิงกำลังการผลิตจากต่างประเทศอยู่เยอะ ถ้าหมดระบาดเมื่อไหร่ แล้วมีการลงทุน สร้างองค์ความรู้ด้านนี้ให้พร้อม เอาให้เราผลิตเองได้ทั้งหมด แบบนั้นจะแจ่มมาก เผลอๆเราอาจพุ่งกลายเป็นหัวขบวนการของวงการแพทย์ของโลกเลยก็ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น